หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Section3:ข่าวปก
 
ผจญภัยรอบโลกไม่รู้จบ ของ "Emil and Liliana"
โดย ผู้จัดการรายวัน 12 ธันวาคม 2548 11:01 น.


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เอมิล-ลิเลียน่ากับรถคู่ใจช่วยพาทั้งคู่เดินทางรอบโลก

ห้องครัวเล็กๆท้ายรถครบครันไปด้วยอุปกรณ์ทำครัว เครื่องปรุงและอาหารแห้ง

กว่า 150 ประเทศที่เดินทางผ่านมาแล้วถูกบันทึกไว้ข้างๆรถ

600,000 กิโลเมตร ระยะทางทั้งหมดนับตั้งแต่เริ่มเดินทางถึงวันที่ 7 ก.ค.2005

ที่พักแรมกลางป่า

อิมิลกำลังเปลี่ยนยางรถระหว่างการเดินทาง

เส้นทางและบรรยากาศในหลายๆประเทศที่เดินทางผ่าน


ขนรถลงเรือเพื่อเดินทางข้ามแม่น้ำTakutu ไปยัง Guyana

       เพียงความตั้งใจที่จะออกเดินทางไปพักผ่อนช่วงระยะเวลาสั้นๆ ภายหลังจากการตรากตรำทำงานมาโดยตลอด กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางรอบโลก นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2525 (1982) กระทั่งปัจจุบันนี้เป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว สำหรับ เอมิล และลิเลียน่า(Emil and Liliana Schmid) สามี-ภรรยาชาวสวิตเซอร์แลนด์วัย 60 กว่าปี ใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการเดินทางข้ามพรมแดนประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งจนเกือบจะรอบโลก
       
       การเดินทางเป็นระยะเวลายาวนาน 150 ประเทศที่เดินทางไปเยือน ประกอบปริมาณไมล์การเดินทางที่มากที่สุดโดยใช้ยานพาหนะเพียงคันเดียวตลอดการเดินทางทำให้ในปี 1997 ทั้งคู่ได้รับการบันทึกลงกินเนสส์บุ๊ก (http://www.worldrecordtour.com)
       
       ณ วันนี้ ระยะทาง ระยะเวลาในการเดินทางทวีปริมาณเพิ่มขึ้น และยังคงไม่สิ้นสุด
       
       ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รถแลนด์ครูเซอร์สีฟ้าสดใสเลี้ยวเข้ามาจอดอย่างสงบนิ่งภายในงานมหกรรมยานยนต์ ความสดใสของสีรถภายนอกราวกับเปลือกที่ห่อหุ้มอยู่นั้นไม่สามารถบ่งบอกอายุและประวัติความเป็นมาอันโชกโชนของรถได้ มีเพียงหลายร้อยชื่อประเทศติดอยู่ด้านข้างรถบอกถึงการผจญภัยที่ผ่านมา
       
       นับเป็นครั้งที่ 2 สำหรับการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งของอิมิลและลิเลียน่า หลังจากเคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 1994 ที่กรุงเทพฯพวกเขาใช้เวลาพักผ่อนเป็นเวลาเกือบอาทิตย์ และเมื่อวานนี้พวกเขาได้เริ่มต้นออกเดินทางครั้งใหม่ต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม แม้พวกเขาจะออกเดินทางจากประเทศไทยไปแล้ว ก่อนจากไปพวกเขาได้เล่าเรื่องราวการเดินทางอันน่าประทับใจตลอดการเดินทางที่ผ่านมา
       

       "ก่อนมาเมืองไทย เราขนรถลงเรือจากอเมริกาใต้มาสิงคโปร์ เดินทางต่อไปยังมาเลเซีย และประเทศไทย จากนั้นจะเดินทางไปยังกัมพูชา เวียดนาม ลาว พม่า และกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง และพักอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งเดือน" ลิเลียน่ากล่าวถึงแผนการเดินทางในอนาคต จากนั้นจึงเริ่มต้นเล่าถึงการเดินทางในช่วงแรก
       
       เธอเล่าต่อไปว่าก่อนการเดินทางจะเริ่มต้นขึ้น เธอทำงานเป็นเลขานุการ ส่วนเอมิลทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์
       
       "เริ่มต้นเดินทางตอนนั้นอายุ 42 ปี เราไม่มีลูก และคิดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดำเนินอยู่เป็นประจำแบบเดิมๆในแต่ละวัน พร้อมกับตั้งใจจะออกเดินทางสัก 1-2 ปี แล้วก็กลับมาสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทำงานต่อ แต่ไปๆมาๆ เรากลับชอบการเดินทางมาก ประกอบกับเรายังพอจะมีเงินเก็บ จึงยังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงวันนี้เราไม่สามารถที่จะหยุดยั้งการเดินทาง เพราะมันได้กลายเป็นชีวิตของเราไปเสียแล้ว"
       
       เดินทางครั้งแรกในปี 1984 วางแผนเดินทางไปแอฟริกา ทว่าประเทศไนจีเรียปิดพรมแดนจึงเปลี่ยนความตั้งใจขนเรือจากสวิตเซอร์แลนด์ไปแคนาดา และเริ่มต้นการเดินทางจากสหรัฐอเมริกาแทน
       
       "ไปถึงแคนาดาตรงกับเดือนตุลาคม ช่วงฤดูหนาว จากนั้นเดินทางต่อไปยังสหรัฐอเมริกา รัฐฟลอริดาตรงกับช่วงอากาศอบอุ่น สามารถตั้งแคมป์ได้ จากฟลอริดาเดินทางไปอะแลสกา ซึ่งอากาศเริ่มอบอุ่น วางแผนการเดินทางจากประเทศนั้นไปประเทศนี้โดยพิจารณาจากสภาพภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับการเดินทางและพักแรม"
       
       ตลอด 21 ปีของการเดินทาง โดยเฉลี่ยแล้วพวกเขาใช้เงินเพียงวันละ 35 ยูเอสดอลลาร์ โดยค่าใช้จ่ายในการเดินทางช่วงแรกๆนำเงินเก็บที่มีอยู่ในธนาคารมาใช้ กระทั่งปี 1991 ลิเลียน่าได้รับมรดกจากมารดา และเงินจำนวนนี้นี่เอง ทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตไปกับการเดินทางได้เป็นระยะเวลานาน ถึงวันนี้ยังมีรายได้เล็กๆน้อยๆจากการเขียนบทความและการถ่ายภาพ พร้อมกันนั้นยังได้เงินจากรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ให้ประชาชนทุกเดือนๆละ 1,000 ดอลลาร์
       
       "เรามีชีวิตที่เรียบง่าย ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมาก เรานอนในรถ ไม่ได้นอนในโรงแรม ทำอาหารกินเอง"
       
       ภายในรถอัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้สำหรับการดำรงชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะมีไว้ในบ้านได้ถูกนำมาไว้ในบ้านรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องนอน ชุดเครื่องครัว ฯลฯ
       
       "มีทุกอย่างเหมือนอยู่ที่บ้านแต่น้อยกว่า" ลิเลียน่ากล่าว พร้อมกับเดินพาชมห้องครัวของเธอซึ่งอยู่ท้ายรถ เปิดชั้นวางของ ภายในเต็มไปด้วยกระปุกเครื่องปรุงรสต่างๆ "เรามีครัว มีหม้อ มีตู้เย็นเชื่อมต่อแบตเตอรี่ในรถ นอกจากนี้ยังมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน แล้วก็มีอุปกรณ์อาบน้ำ สบู่ จริงๆแล้วเรามีข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างเหมือนอยู่บ้าน ถ้ากลับบ้านเกิดก็ไม่มีบ้าน ดังนั้นรถคันนี้เหมือนเป็นบ้านของเรา นอกจากนี้ยังมีคอมพิวเตอร์ ใช้ในการติดต่อเพื่อนฝูง"
       
       เธอชี้ไปยังอีกด้านหนึ่งของตัวรถพร้อมกับเอ่ยว่าพื้นที่ใช้สอยข้างในรถถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนสำหรับเธอและอิมิล ซึ่งพื้นที่ของอิมิลส่วนใหญ่เป็นที่เก็บเครื่องมือเกี่ยวกับรถ
       
       หลังจากพาชมรอบๆรถ ลิเลียน่าเดินมานั่งท้ายรถพร้อมกับเล่าถึงการผจญภัยที่ผ่านมาให้ฟังว่า "หลังอาหารเช้า ประมาณ 9 โมงเริ่มออกเดินทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบ่ายจึงแวะพักข้างทาง ทำอาหารรับประทาน พอบ่ายแก่ๆออกเดินทางต่อ และเริ่มหาที่พักค้างคืน ส่วนใหญ่ตอนเช้าที่ออกเดินทางไม่ได้วางแผนว่าจะค้างคืนที่ไหน เพราะยังไม่รู้ว่าวันนี้จะขับรถไปได้ไกลเพียงใด และไม่รู้ว่าที่ที่ไปจะมีที่พักหรือเปล่า"
       
       "ขับรถไปเจอที่ที่ไม่มีถนน ไม่มีคน จะจอดรถเพื่อเตรียมเป็นที่นอน แต่สำหรับในกรุงเทพฯจะทำแบบนี้ได้ลำบาก ได้รับการเอื้อเฟื้อจากโตโยต้าให้การช่วยเหลือจัดหาที่พักให้ ไม่ทุกประเทศ บางแห่งให้ความช่วยเหลือดูแลสมรรถภาพของรถ ดูไบ ลักษณะภูมิประเทศเป็นทะเลทราย มีปริมาณรถแลนด์ครูเซอร์อยู่ทุกหนแห่งเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นในวันที่เราไปถึงดูไบจึงได้รับการดูแลจากโตโยต้าของดูไบให้การดูแลซ่อมบำรุงเครื่องยนต์"
       
       ประสบการณ์ตลอดการเดินทาง หลากหลายความทรงจำที่เก็บเกี่ยวระหว่างทาง "มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความสุขใจ สิ่งเล็กๆต่างๆทำให้มีความสุขทุกวัน ประทับใจกับวีถีชีวิตที่เรียบง่ายในจอร์แดน แม้ไม่สามารถสื่อสารกันได้เต็มที่ แต่รู้สึกมีความสุขมาก ทัชมาฮาล เป็นอีกครั้งที่ทำให้มีความสุข ธรรมชาติและสัตว์ป่าในแอฟริกา ถ้าออกไปนอกทะเลทรายตอนกลางคืน แสงดาวเต็มฟ้าและเงียบสงบ มีเพียงแสงดาวรายล้อม เข้าป่าอแฟริกาตกกลางคืนได้ยินแต่เสียงของป่า ในเวลานั้นคิดว่าไม่อยากไปไหน"
       
       ลิเลียน่ายกเหตุการณ์น่าตื่นเต้นระหว่างการเดินทางให้ฟังว่ามีหลายครั้งที่เจอกลุ่มคนแปลกหน้าขับรถตามเพื่อปล้นชิง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมาซิโดเนีย นับเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวกว่าทุกครั้ง
       
       "เคยมีคนแปลกหน้าขับรถตามระหว่างเดินทางในกัวเตมาลา ออสเตรเลีย แต่ไม่น่ากลัวเท่าที่เจอในมาซิโดเนีย ระหว่างที่กำลังขับรถอยู่บนถนน และหาที่พักแรมก็มีชายกลุ่มหนึ่งขับรถเข้ามาขวาง เราพยายามหลบหนีผ่านเข้าไปในทางเล็กๆ จนซีกรถด้านหนึ่งพัง พวกเขาพกมีดเดินเข้ามาเคาะกระจกรถเรียกให้เราลงเปิดประตู แต่ว่าเราไม่ยอมเปิดประตูออกมา รอจนเช้าจึงออกรถหนีเข้าไปในบัลแกเรีย"
       
       นอกจากเจอดักปล้นระหว่างทางแล้ว ยังเผชิญหน้ากับธรรมชาติเกรี้ยวกราดจนแทบเอาชีวิตไม่รอด "ตอนที่ขับรถไปถึงแคริบเบียนเจอพายุเฮอริเคน คืนนั้นตั้งแคมป์ริมแม่น้ำแล้วหลับไปในรถ ประมาณเที่ยงคืน ฝนตกหนักมีลมพายุ แต่ยังหลับต่อจนกระทั่ง 2 ชั่วโมงต่อมาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เอมิลก็พูดขึ้นมาว่าเสียงน้ำแปลกไป พร้อมกับออกไปดูและกลับเข้ามาเรียกให้ออกไปดู สิ่งที่เห็นคือกระแสน้ำเชี่ยวกรากโอบล้อมรอบรถของเราจนดูเหมือนว่าเรากำลังอยู่บนเกาะ ช้าเกินไปที่จะขับรถออกไป เราไม่มีโทรศัพท์ คืนนั้นทั้งคืนเฝ้ารอดูกระแสน้ำว่าจะขึ้นหรือลด โชคดีที่กระแสน้ำลดจึงรอดชีวิต ตอนนั้นกลัวมาก"
       
       การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของทั้งคู่ "ตอนแม่เสียชีวิต รู้สึกเสียใจมาก ตอนนี้ยังมีสามีอยู่เคียงข้าง สำหรับเราทั้งคู่แล้วการเดินทางช่วยเติมเต็มชีวิตได้มาก เพราะว่าได้เผชิญกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและท้าทายอยู่ทุกวี่วันได้พบเจอกับผู้คนหน้าใหม่ เหมือนกับถ้าเรามีลูกก็ได้สวมกอดลูกตลอดเวลา"
       
       หญิงสาวในวัยร่วงโรยไปมากแต่ยังดูแข็งแรงและสดชื่นกลั่นกรองประสบการณ์ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา เอ่ยว่าตลอดการเดินทางที่ผ่านมา 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้คนในโลกที่พบเจอล้วนเป็นคนใจดี สำหรับเอมิลที่เพิ่งเข้ามาร่วมวงสนทนา แต่กลับมีความเห็นเหมือนกับลิเลียน่า ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา "ข่าว ทีวี หนังสือพิมพ์นำเสนอข่าวน่ากลัว สิ่งที่ไม่ดีในประเทศ แต่พอเห็นด้วยตาตัวเอง ผู้คนที่พบเจอถือเป็นประสบการณ์ที่ดี" ทั้งคู่แสดงความเห็นตรงกัน
       
       "อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงภายในพื้นที่เล็กๆของรถ ทำให้มีความคิดคล้ายกัน" ลิเลียน่าให้เหตุผลยิ้มๆ พร้อมกับแสดงความในใจต่อไปว่า "คนอื่นอาจจะต้องการรถใหม่ๆ แต่ฉันต้องการเพียงแค่อิสรภาพ ได้พบเจอเพื่อนใหม่ วัฒนธรรมใหม่ๆ ชีวิตฉันไม่มีอะไรมาก แต่เพียงแค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว หลายคนอยากจะเดินทางรอบโลกเหมือนที่เรากำลังทำ ซึ่งฉันคิดว่าถ้าอยากจะทำอะไรก็ตามต้องตัดสินใจทันทีก่อนที่มันจะสายเกินไป"
       
       อิมิลเสริมว่า "เรามีเป้าหมายที่จะเดินทางร่วมกัน ระหว่างการเดินทางเจอทั้งเหตุการณ์ที่ดีและไม่ดี มีปัญหาหลายๆอย่างให้ได้แก้ไขผ่านมาด้วยกัน แต่ถ้าวันหนึ่งลิเลียน่าต้องการกลับบ้าน แต่ผมยังอยากเดินทางต่อ ย่อมเกิดปัญหา แต่ว่าวันนี้เรายังใจตรงกันยังต้องการเดินทางต่อ"
       
       ราวกับว่าการเดินทางได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของทั้งคู่ไปเสียแล้ว ดังนั้นตราบเท่าที่ทั้งคู่ยังคงมีร่างกายที่แข็งแรง รวมถึงรถคู่ใจยังคงมีสมรรถนะในการเดินทาง ตราบนั้นการเดินทางยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่สิ้นสุด
       
       ดังเช่นที่ทั้งคู่พร้อมใจกันตอบในทิศทางเดียวกัน "หยุดการเดินทางต่อเมื่อล้มป่วยหรือรถพัง แต่ตราบเท่าที่รถยังวิ่งได้ก็จะยังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ อยากจะขับรถเดินทางให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดูเหมือนว่าการเดินทางกลายเป็นชีวิตของเราไปเสียแล้ว ฉันไม่สามารถคาดเดาได้ว่าถ้าวันพรุ่งนี้ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ฉันก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะทุกวันนี้ในแต่ละวันมีแต่สิ่งที่ท้าทายและอีกอย่างฉันไม่ชอบทำงานประจำ ทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิมทุกๆวัน ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าจะยังคงได้เดินทางเช่นนี้ไปตราบนานเท่านาน"
       
       เรื่อง – ศิริญญา มงคลวัจน์

ข่าวอื่นๆ ในหมวด
มรดกโลกอยุธยา ย่างเข้า 15 ปี ความร้าวฉานในพันธกิจที่ยังไม่สิ้นสุด
ร้านวิดีโอสำหรับคนญี่ปุ่น วิถีซามูไรในสยามประเทศ
เปิดห้วยขาแข้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว อีกครั้งกับการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
ฟันเทียมพระราชทาน ด้วยน้ำพระทัยของในหลวง
"อะควาเรียม" โลกใต้สมุทร…หลังบานกระจก
จำนวนคนอ่าน 478 คน ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อืมมมม....น่าทึ่งมากคับ
แรงบันดาลใจและทัศนคติในการดำเนินชีวิตคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเค้ามาถึงตรงนี้ได้
ขอยกย่องคับ
iTranceU
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. ทุกความคิดเห็นจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
2. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
3. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
4. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
เลือกรูปภาพแสดงอารมณ์
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
ความคิดเห็น :
 *
คุณสามารถใช้รูปภาพแสดงอารมณ์ (Emoticons) เมื่อเข้าสู่ระบบสมาชิกผู้จัดการออนไลน์แล้ว
คลิกที่นี่ เพื่อเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการรายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | โลกยานยนต์
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Metro Life | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | Mast Online | Dajiahao | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2005 Thaiday Dot Com Co., Ltd.